Wednesday, March 28, 2007

ข่าวดี

ข่าววันนี้ มันเริ่มมาจาก e-mail ฉบับหนึ่งที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับอาหารบเครื่องบิน ดังรูป

China Air


Air India


Air Canada


และจบท้ายด้วย....
Air Asia



กระผมก็เขียน e-mail ไปแซวไอ่เจ้าของ mail ว่า...

โห Air Asia แจกของกินห่วย ๆ อย่างงี้
คงต้องลงโทษ "ฝ่ายบุคคล" ของ Air Asia ซะแล้ว ด้วยเสกเด็กเข้าท้องซักคน

อิๆๆๆ


ไอ่เจ้าของ mail ก็เขียนตอบกลับมาว่า...

มีแล้ว 1 คน กำลังโตอยู่ จะ 2 เดือนแล้ว


กระผมก็เลยเขียนตอบกลับไปว่า...

อ้าว มีข่าวดี ทำไมไม่แจ้งลง CPE#3 หล่ะ


ดีใจด้วยนะ........ที่ทำเป็น

5555

ปล. วันนั้น ไม่มีเงิน 50 บาทเหรอ? ถึงมีเด็กเข้าท้อง


เจ้าของ mail ก็ตอบกลับมาอีกรอบว่า....

เต้

เมื่อไหร่นายจะแต่ง*

แล้วตอนนี้ภาส ไปอยู่ที่ไหนอะ


ผมก็ตอบกลับไปว่า...

ภาสอยู่เมกา กับเมียมันจ้า (เมียมัน : ผู้หญิง)
ส่วนแพร คาดว่าอยู่ esso เหมือนเดิม

ปล. นายตอบเราไม่ค่อยตรงคำถามเลยว่ะ หุๆๆๆ


เจ้าของ mail ก็เขียนมาบอกว่า...

เราตอบอ้อมๆว่า อีกหน่อยนายแต่งงานแล้วจะรู้ว่า

เวลาจะมีลูกมันไม่ง่ายเหมือน "ท้องก่อนแต่ง" นะ

แม่ง ต้อง ตกไข่ ต้องมีอสุจิ และต้องมีวิญญาณ ด้วย

อีกหน่อยจะรู้


ผมก็ตอบกลับไปอีกรอบ (ที่เท่าไหร่แล้วว่ะ?) ว่า....

ก๊าก

นายแน่มากเลย 555

ยังงัย ก็ขอแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ในครอบครัวด้วยนะ
ถ้ารู้เพศแล้วบอกด้วย จะได้เตรียมของขวัญให้หลานมันถูก :D


เจ้าของ mail ก็เป็นฉบับสุดท้ายว่า...

ถ้าทราบแล้วจะรีบแจ้งไปที่ เทเลโข่ง โดยพลัน

(สำหรับการเขียน e-mail โต้ตอบกับเพื่อนคนนี้เคยเกิดแล้วครับ ลองไปอ่านดูที่นี่จ้า)

เป็นไงหล่ะ...จาก e-mail เรื่องหนึ่ง มาจบลงอีกเรื่อง :D
ก็เอาเป็นว่า วันนี้ได้รับข่าวดีแล้ว....

อดดีใจไม่ไหว ต้องรีบนำมาเผยแพร่ต่อจ้า

ี่
หมายเหตุ *เรื่องผมแต่งงานเมื่อไหร่? ก็เอาเป็นว่าอาจจะมีข่าวดีในปีนี้แล้วกัน :D

Sunday, March 25, 2007

Last Change

วันก่อน คุยกับน้อง Nichalala เรื่องเพลงญี่ปุ่นกัน เพราะน้อง Nichalala เค้าส่งเพลงมาให้ฟังเพลงหนึ่ง ทำนองเพราะดี (แต่น้องเค้าแปลไม่ออกนะ)

ก็ฟังดูเพราะดีจริง ๆ...ผมหมายถึง ทำนองนะ เพราะแปลเนื้อไม่ออกเหมือนกัน :P ซึ่งเพลงที่ น้อง Nichalala ส่งมาให้นั้นชื่อว่า "Mirai e" ของ Kiroro

สำหรับคนที่เป็นคอเกม อาจจะคุ้นชื่อเพลงบ้าง แต่ถ้าไม่ใช่คอเกม ก็ลองกดดู MV ข้างล่างได้เลย....



ทีนี้..ตาผมบ้าง
แล้วตูจะเอาเพลงอะไรไปแนะนำน้องเค้าหล่ะนี่...พอดี นึกขึ้นได้ว่าเกิดมาเราก็ฟังเพลงญี่ปุ่นอยู่ไม่กี่เพลง เอาเพลงนี้หล่ะกัน ทำนองติดหูง่ายด้วย

สำหรับเพลงที่ว่านี่ คือ เพลง Last Chance ของวง Something Else

เหตุที่ชื่นชอบ เพราะว่า....เคยฟังเพลงนี้ทางวิทยุคลื่นหนึ่งในประเทศไทย (เมื่อประมาณ 8-9 ปีที่แล้ว) ไอ่เจ้า DJ บอกว่า เพลงที่กำลังเปิดนี้ คือ เพลง Last Chance ของวง Something Else และที่มาของเพลง มีอยู่ว่า วง Something Else นี่ก็มีมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยดังเปรี้ยงปร้าง เมื่อชาวบ้านเค้า

ก็เลยมีนายทุนหัวใส มาพนันกับนักร้องวงนี้ว่า จะให้เวลาระยะหนึ่งให้วงนี้ แต่งเพลงใหม่ขึ้นมาเพลงหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่ดังเปรี้ยงขึ้นอันดับหนึ่ง ก็เลิกวงไปซะ

และมีกติกาแถมว่า ตลอดเวลาการทำเพลงใหม่นี้ ห้ามนักร้องวงนี้ ออกไปไหนทั้งสิ้นให้อยู่แต่ในห้องที่เตรียมให้ และห้องอัด

และถ้าต้องออกไปห้องอัด ก็จะปิดตานักร้อง...เรียกว่าจะให้ นักร้องตัดขาดจากโลกภายนอก อย่างสิ้นเชิง

ฟังดูแล้ว....โคตรกดดันน่าดู -*-

ถ้าจำไม่ผิดนะครับ...ประมาณ 6 เดือนได้ พวกเค้าก็ทำเพลงนี้เสร็จ โดยให้ชื่อ Last Chance หรือ โอกาสสุดท้าย (ที่ตูจะอยู่ในวงการนี้ -"-)

และแน่นอน....เพลงนี้ เปิดตัวมาก็ติด TOP 5 ใน week แรก และ week ที่สองก็ขึ้นอันดับหนึ่ง :D

อันนี้ ถูกผิด ก็ขึ้นกับไอ่เจ้า DJ ที่มันเล่านะ..ผมก็จำ ๆ เค้ามา

เอาหล่ะ...โม้มากน้ำลายหล่ะ ดู MV กันดีกว่า และงานนี้มี เนื้อแปลให้ด้วยนะครับ กลัวจะไม่สนุกกับเพลง :D




ฉันมัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเองจนไม่รู้ตัวว่ารถไฟแล่นออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่
เหม่อมองแสงไฟของตัวเมือง ไปพร้อมๆกับทบทวนความคิดของตัวเอง
วันนี้ฉันก็อยากเจอเธอเหมือนเคย แต่เราก็คลาดกันทุกครั้งไป


ดูพวกเพื่อนๆช่างมีความสุขกันเหลือเกิน
เหลือแต่ฉันที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
แต่ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าจะรักตัวเองให้มากกว่าเคย


ให้โอกาสฉันเถอะนะ ฉันอยากจะลองเสี่ยงเป็นครั้งสุดท้าย
ให้โอกาสฉันอีกสักครั้ง เพราะฉันไม่อยากมานั่งเสียใจทีหลัง
ถึงจะไม่รู้ว่าจะทำได้สักแค่ไหน แต่ก็ขอโอกาสให้ฉันอีกสักครั้ง
ให้ฉันได้ทำความหวังให้กลายเป็นจริง

ตอนนี้ฉันกลายเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเก็บซ่อนความทรงจำเอาไว้ในจิตใจ
ในวันที่ฉันบอกลาเธอโดยไม่มีแม้น้ำตา นับแต่วันนั้นมา ภายในใจฉันก็รู้สึกผิดมาตลอด

เอาแต่ไล่ตามความฝันที่จะเป็นให้เหมือนกับฮีโร่ เมื่อตอนยังเป็นเด็กให้ได้โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
พอรู้ตัวอีกครั้ง ฉันก็สูญเสียสิ่งสำคัญไปแล้ว

ให้โอกาสฉันเถอะนะ ให้ฉันได้เอาสิ่งที่สูญเสียไป กลับคืนมา
ให้โอกาสฉันอีกสักครั้ง ฉันไม่อยากให้มันจบลงไปทั้งๆอย่างนี้
ถึงแม้จะไม่มีวันได้รับคำตอบ แต่ก็ขอโอกาสให้ฉันสักครั้ง

ขอให้เสียงของฉันส่งไปถึงเธอด้วยเถอะ
สักวันหนึ่ง เมื่อฉันมีคนที่รักอย่างแท้จริง

ฉันจะทิ้งทุกสิ่งเพื่อปกป้องเธอผู้นั้น
ขอให้ทั้งความฝันและความหวัง อดีต และอนาคต
คงอยู่กับตัวฉันตลอดไป


ให้โอกาสฉันเถอะนะ ฉันอยากจะลองเสี่ยงเป็นครั้งสุดท้าย
ให้โอกาสฉันอีกสักครั้ง ฉันอยากลองดูให้แน่ใจ
เมื่อหลับตาลง ฉันจะได้ยินเสียงของทุกๆคน

ขอโอกาสให้ฉันสักครั้ง ให้ฉันได้ทำความหวังให้กลายเป็นจริง
ให้เสียงของฉันส่งไปถึงเธอ
และให้วันพรุ่งนี้เป็นวันที่แสนงดงามด้วยเถอะ

ให้โอกาสฉันหน่อย
ให้โอกาสฉันสักครั้ง


ปล. โปรดตามไปอ่านในไดฯ แจ็คตุ้ย official และไดฯ แจ็คตุ้ยหลุดโลกบ้างนะครับ เพราะตอนนี้ เริ่มมีอัพบ้างหล่ะ :P

Saturday, March 24, 2007

เพลงน่า...รัก

วันนี้ ฟังเพลงในวิทยุ ปรากฎว่าคุณดีเจ เปิดเพลงนี้อ่ะ...ชอบมากเลย (จริง ๆ ก็ชอบมานานแล้ว :D )

สำหรับตัวผม นอกจากจะชอบเพลงนี้แล้ว ก็ยังชอบอีกหลาย ๆ เพลงจากศิลปินกลุ่มนี้ด้วย ดนตรีเล่นดี เนื้อหาเพลงก็เพราะ (จริงม๊ะ...ลูกพี่โดม อิ๊ๆๆๆ)

เอ๊า...งั้นดู MV พร้อมเนื้อเพลงเลยจ้า...

ศิลปิน : อีเกิ้ง
เพลง : Love will Keep Us Alive (เป็นเพลงโต้กลับของเพลง "รักไม่ช่วยอะไร" - นัท มีเรีย)




I was standing
All alone against the world outside
You were searching
For a place to hide

Lost and lonely
Now you've given me the will to survive
When we're hungry...love will keep us alive

Don't you worry
Sometimes you've just gotta let it ride
The world is changing
Right before your eyes
Now I've found you

There's no more emptiness inside
When we're hungry...love will keep us alive

I would die for you
Climb the highest mountain
Baby, there's nothing I wouldn't do

I was standing
All alone against the world outside
You were searching
For a place to hide
Lost and lonely
Now you've given me the will to survive
When we're hungry...love will keep us alive
When we're hungry...love will keep us alive
When we're hungry...love will keep us alive


หมายเหตุ - ดูรูปปกอัลบั้มล่าสุดจาก ศิลปินกลุ่มนี้แล้ว....


ก็อดคิดถึงอัลบั้มนี้ของน้าแอ๊ดไม่ได้จริง ๆ

หุๆๆๆ

Hey, Mr. DJ

แอบอ่านไดฯน้องช้าง เห็นบอกว่าช่วงนี้ฟังแต่เพลงน่ารัก ๆ

จริง ๆ เห็นใน M ของน้องช้าง....ขึ้น Personal Message ว่า "Hey, Mr. DJ" ตลอด แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร?

จนวันนี้ได้อ่านไดฯน้องช้าง ถึงได้รู้ว่ามันคือเพลงนี่เอง :D

แต่ในไดฯน้องช้างเค้าเขียนแต่เนื้อให้อ่าน ไม่มีทำนอง หรือคนร้องให้ฟัง....เหมือนโยนลูกมาไงไม่รู้ ก็ขอรับไว้และ update ต่อให้หล่ะกัน...

Friday, March 23, 2007

โดเรมอน....เวอร์ชั่นภาษาลาว




Posted by Picasa

Friday, March 16, 2007

ยินดีต้อนรับ

วันนี้ อยู่ดี ๆ ก็มีคน "หลง" เข้ามาอ่านไดฯ นี้เฉยเลย

ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า เหตุที่หลงเข้ามาที่อ่านไดฯ นี้ได้ เพราะว่า search ใน gg แล้วมาเจอไดฯ นี้เข้า

ลองทายซิว่า เค้า search คำว่าอะไร?

ถ้าเป็นแฟนประจำ คงต้องตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "เกย์" แน่ ๆ เพราะอ่านในไดฯ นี้ทีไร ก็มีแต่เรื่องประมาณนี้ตลอด ดังเช่น วันนู้น และวันนี้

แต่จริง ๆ เจ้าตัวบอกว่า เค้าไปลอง search คำว่า "เหงา" ดู...เลยเจอไดฯ ของนาย pC เข้า ก่อนจะมา link เข้ามาหาไดฯ นี้

แต่ไม่แน่ใจว่า เจ้าตัวจะรู้ไหมว่า....ไดฯ นี้ได้ทำการปิดตัวเองไปแล้ว

เสียดายและเสียใจนิด ๆ ที่ต้องปิดไดฯ ที่รักนี้ไป (เนื่องจากเหตุผล ของเรื่องไม่เป็นเรื่อง)

แต่ก็ไม่ต้องเสียใจนานหรอกครับ เพราะผมได้ย้ายบ้านยังไปบ้านหลังใหม่ ที่เปิดรับเฉพาะ "คนรู้จัก" เท่านั้น.... ส่วน "คนรู้ใจ" ยังเปิดตอนรับเสมอ เพราะรับสมัครหลายตำแหน่ง

เอ้ย.....ไม่ใช่

ยังหาไม่ได้ครับ....ถึงหาได้ ก็ยังไม่ผ่านครับ :D

เอาหล่ะ...เพ้อเจ้อเยอะหล่ะ ก็เอาเป็นว่า "ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่" นะครับ

Warm Welcome to My World !!!

อ่านแล้วอย่าลืมมาเมนต์นะครับ ทั้งบ้านใหม่ บ้านเก่า ผมยินดีตอบเมนต์ทุกไดฯ ครับ ส่วนใครที่หลงเข้ามาอ่าน ก็เขียนชื่อ และ e-mail ทิ้งไว้นะครับ ผมจะตามมาเชิญเข้าไปบ้านหลังใหม่ให้โดยเร็วนะครับ !!!~

ก่อนจบวันนี้....ขอแถมเพลง MV เพลงนี้เอาไว้ให้คนที่เบื่อ ๆ กับชีวิต

เพลง : Dragostea Din Tei




ลองขยับร่างกายเต้นดูนะครับ เผื่อจะหายเบื่อกันบ้าง :D

ปล1. ไดฯ แจ็คตุ้ยหลุดโลก และ ไดฯ แจ็คตุ้ย official ได้อัพแล้วนะครับ
ปล2. ไอ่คุณนักเรียนทุน UMB ไหน ๆ ก็ลบไดฯ ตัวเองแล้ว ก็ฝากอัพในบ้านเก่าหลังนี้ หรือในไดฯ แจ็คตุ้ยหลุดโลก บ้างนะ

Saturday, March 10, 2007

กทม. ปี 2507

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนิท ๆ กับผมจะทราบว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามงานเขียนของ ป. อินทรปาลิต มานานมาก (ตั้งแต่อายุ 12 ขวบ)

จริง ๆ จะต้องบอกว่า ผลงานที่ติดตามของ ป. อินทรปาลิต เฉพาะเรื่อง...นั้นคือ เรื่อง พล นิกร กิมหงวน เท่านั้นมากกว่า ซึ่งเป็น "หัสนิยาย" ที่เกิดขึ้น ช่วงปี พศ. 2481 ถึง พศ. 2511

่เรียกได้ว่าเป็น "หัสนิยาย" ที่เขียนได้ติดต่อกันยาวนานมาก (ก็ลองหักลบปีดูซิว่า กี่ปี....คำตอบคือ 30 ปี !!!)

ถ้าใครได้เคยอ่าน "หัสนิยาย" เรื่องนี้ จะพบว่า ผู้ขียนได้อธิบายภาพของ กทม. (ในยุคนั้น) อย่างเห็นภาพพอสมควร

แต่อย่างว่า...มันก็แค่ตัวหนังสือ จะเห็นภาพชัด ๆ อย่างรูปภาพได้อย่างไร?

วันนี้ มีเพื่อนทางอินเตอร์เน็ท ท่านหนึ่ง ได้ส่งภาพ กทม. สมัยปี พ.ศ. 2507 มาให้ดูกัน เพื่อให้อ่านหนังสือ พล นิกร กิมหงวน ได้อรรถรสมากขึ้น

พร้อมแล้วดูกันเลยจ้า....

















ปล. วันนี้ งด MV วันนึงนะ :D

Tuesday, March 06, 2007

Way Back into....

โดนล้อ โดนอำว่าไดฯ นี้สะสมแต่ MV หรือไง? หรือไม่ก็ทำไมมีแต่เพลงเก่า ๆ

วันนี้ ขอนำเสนอเพลงใหม่ล่าสุด ในเดือนที่ผ่านมา และกำลังฮิตบนหน้าปัทม์คลื่นวิทยุด้วย....


หนังเป็นไงไม่รู้...เพราะผมยังไม่ได้ดู แต่คาดว่าคงจะสนุกอ่ะ ใครดูแล้วมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ :D

เพลง : Way Back into Love
จากหนังเรื่อง : Music and Lyrics

Saturday, March 03, 2007

ธรรมะสำหรับวันมาฆบูชา

พระธรรมเทศนาหลวงปู่สาย เขมธมฺโม วัดป่าพรหมวิหาร บ้านภูศรีทอง ต.โนนเมือง อ.โนนสัง จ. หนองบัวลำภู


คำเขาด่า เขาว่าเสียดสีใดๆ มันไหลเข้าหูใด ให้ไหลออกหูนั้น ท่านจะไม่ทุกข์ใจ เมื่อไม่เก็บมันไว้ ถ่านไม่มีไฟ ความร้อนมันก็หาย...

...แก้ความไม่ดีใดๆ ให้แก้ที่ใจ อย่าไปแก้ข้างนอก เพราะความไม่ดีไม่ชอบมันอยู่ที่ใจ ต้องแก้ไขตรงนี้ จุดนี้สำคัญที่มันฝังอยู่...

...ผลไม้ก็มีผลดี ผลเน่า คนเราก็มีคนบุญ คนบาป มีทุกภาษาทุกชาติ คนบาป คนบุญ ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา เขาเป็นธาตุ ๔ ไม่วันหน้าก็วันนี้ เขาจะแตกจะดับกลับไปตามเรื่อง เถียงไม่ขึ้น เขาจะเลือกคืนวันไหนก็ได้ ไม่ใช่ของเราเลย

กรรมดีกรรมชั่ว มาจากตัวผู้เราทำ มาจากคำที่เราพูด อาหารใจคือธรรมพระศาสดา อาหารตา คือรูปที่ได้ดู อาหารหู คือเสียงที่ไพเราะเพราะพริ้ง

ความอยากเป็นทุกข์ อยากน้อยทุกข์น้อย อยากมากทุกข์มาก ไม่อยากไม่ทุกข์ ผู้มีสุข คือ ผู้หมดความอยาก

จิตมืดบอดด้วยกิเลสตัณหา เพราะขาดแสงปัญญา มันจึงมืดบอด จึงนอนกอดทุกข์ ไม่ลุกไปไหน

ช้างเผือกมีกำลังแรงทำลายบ้านช้างสารมีกำลังแรงเต็มตัว ไม่เท่าแรงความชั่วของเราผลักดันให้เราหันตกไปในที่ต่ำ...

... แก้ตัณหากิเลส ต้องแก้ที่ใจ แก้ที่อื่นไม่หาย แก้ที่ใจก็สิ้นเรื่อง มันตั้งบ้านตั้งเมืองมานานอยู่ที่นั้น ตัดกิเลสตัณหา ให้ขาด ผู้ใดตัดไม่ขาด ผู้นั้นจะเป็นทาสของมัน หาวันจบไม่พบ...

บุญมาจาก กาย วาจา ใจ บาปใดๆ ก็มาจากที่นี่ ที่อื่นไม่มีทางมา กาย วาจาใจ เป็นที่ไหลมาของเขา สุขอยู่ที่กายกับใจ ทุกข์ก็อยู่ที่กายกับใจ บ้านสองหลังนี้เป็นที่อยู่ของสุข...

อย่าพูด อย่าทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ คำที่ไม่ควรพูดละอายมนุษย์ผู้มีหู มีตา ผู้เขามีศีลธรรมพระศาสดา เขาจะหัวเราะ

ใจไม่คิด ปากไม่พูด ตัวไม่ทำ ความชั่วทรามไม่มีทางมา ใจคิด ปากพูด มือทำ ทำไม่ดีไม่งาม ความชั่วทรามไหลมาหาเราเลย...