Wednesday, October 24, 2007

At the Finally...


ในที่สุด....ก็ได้เจอกันซะที :D

Friday, August 10, 2007

บ่นๆ แบบเซ็งๆ

ก่อนจะอ่านหัวข้อวันนี้ ..ถ้าคิดว่าอ่านแล้วคิดว่าจะ "ฮา" หรือมี "หักมุขขำๆ"...ขอบอกคำเดียวว่า "ไม่มี" และกรุณา skip ไม่อ่านได้นะครับ

ด้วยความปรารถนาดี...จากผู้เขียน

[--------------><-----------------------------------------------------]

ปีนี้ เค้าบอกว่า เป็นปีชงของผม และมีคนแนะนำว่าให้ผมไปทำการสวดแก้กรรม ให้ปีชงของผมมันเบาลง (แต่ที่แน่ ๆ ที่เบาลงคือ "เงิน" ในกระเป๋าผม เพราะค่าทำบุญแพงมากกกก...)

พอถึงวันนี้ ก็คิดดูเรื่องที่ผ่านตั้งแต่ต้นปี...จริง ๆ ต้นปีน่าจะนับแบบจีน คือ เริ่มจากวัน "ตรุษจีน" นะ คือ...ตั้งแต่ต้นปี (ตรุษจีน) มา...ผมก็ดูเหมือนจะเจอแต่เรื่องไม่ดี ๆ อุบาวท์ๆ และ หนัก ๆ

เรื่องไม่ดีๆ อุบาวท์ ๆ ก็เริ่มจาก การโกหกพกลมใส่กัน...การหลอกลวงกัน (ทำเหมือนผมกินหญ้าต่างข้าว) การทำตัวแบบมือถือสาก ปากถือศีล (คือ ปากพูดแต่เรื่องศีลธรรมจรรยา ศีล 5 ท่องได้คล่องเปรี๊ยะ...ท่องได้เหมือนเข้าใจลึกซึ้ง แต่ทำไม่ได้สักข้อ) ซึ่งจริง ๆ เรื่องพวกนี้ ผมก็ได้เคยเขียนแว๊บ ๆ ไปแล้วทีนึง แต่ไม่ได้เขียนในนี้เท่านั้นเอง

แต่แล้ว เรื่องพวกนี้ ผมก็ให้อภัย กับ "คำหวานลวงๆ" ที่ได้มา...

รู้ก็รู้นะ...ว่าความจริงใจมันไม่มีให้กันหรอก แต่ก็คง "หัวแข็ง" เชื่อว่า "คำลวงๆ" เหล่านั้น คือ "ความจริง"

และแล้ววันนี้ ตาผมก็สว่างขึ้นมา เริ่มนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี ?

- ทำไมเราต้องปิดไดฯ นี้ด้วย..ทั้ง ๆ ที่ทุกวัน เรานำเรื่องเฮฮา ๆ มาเสนอ ? แค่กลัว "คนโรคจิต" บางคนรับรู้ความเคลื่อนไหวของเราเหรอ ?

แล้วตอนนี้หล่ะ...ไอ่ "คนโรคจิต" ที่ว่า ก็หายไปแล้ว แต่ไดฯ ผมก็ต้องย้ายไปที่ใหม่

เพื่ออะไร? เพื่อใครกัน?

- เรื่องที่เราทำดี ก็เขียนในไดฯ ไม่ได้ เช่น เดือน ธค. ปีที่แล้ว ก็ลางานไปไหว้พระ ที่วัดหลวงโสธร อย่างมีความสุข

มีความสุข เพราะเราได้ทำดี ได้เข้าวัด อิ่มบุญ

ได้ไปเที่ยวพัทยา...แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็มีความสุข

และกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้น ผมก็หมดเงินไปกว่า 3,000 บาท ในวันนั้น...ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาคือ คำพูดที่บอกว่า "เธอคือผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุด....เป็นผู้ชายคนอื่น เค้าไม่ให้ฉันควักเงินซักบาทหรอก"

- จากคนขี้โรค ก็กลายเป็นคนขี้โรคกว่า เพราะเจอโรคใหม่เข้ามาจัดปาร์ตี้ในร่างกาย เพียงเพราะ "เครียด" กับเรื่องอุบาวท์ๆ ไม่เข้าท่าเรื่องเดียว

ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน...ว่าทำไม ถึงต้องมาทรมานร่างกายตัวเอง กับเรื่อง "ตอแหล" ไม่เข้าท่าแบบนี้ด้วย??

มาถึงนาทีนี้...พอจะเข้าใจลึกซึ้งกับคำว่า "ปีชง" อย่าแรงแล้วหล่ะ?

พอมาคิดในทางกลับกัน ถ้าเราไม่ไปทำบุญเพื่อแก้ปีชงหล่ะ? อะไรจะเกิดขึ้น??

- เราอาจจะต้องโดนไอ่โรคจิต ตามล่าถึงที่ทำงานเลยเปล่า? จนถึงทำร้ายเจียนตายเปล่า?
- เราอาจจะต้องทนให้เค้าหลอกเราไปเรื่อย ๆ สลับไปสลับมา หรือเปล่า?
- เราอาจจะต้องฟังคำโกหกคำโตเรื่อย ๆ จนถึงสิ้นปีหรือเปล่า?
- เราอาจจะต้องเสียเงินเสียทองมากไปกว่านี้หรือเปล่า? (ปกติ โดนไล่อาทิตย์ละ 100-200 จนถึงพันบาท เพราะค่าน้ำมัน)

แต่ทั้งหมดทั้งนี้ทั้งนั้น จะไปโทษใครไม่ได้ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษความ "โง่" ของตัวเอง ที่รั้นไม่ฟังคนรอบข้างที่คอยเตือนเรา


ถ้าเราฟังเค้า...คงต้องไม่นั่งเสียใจอย่างวันนี้

--------------------------- จบ --------------------------------------------------

หมายเหตุ: เมื่อ 4 ปีที่แล้ว...ผมก็เจอเหตุการณ์แบบนี้ ในวันเดียวกันนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่า "ประวัติซ้ำรอย" ได้ ตัวละครเปลี่ยนไป แต่เนื้อเรื่องคงเดิมหมด......แสดงว่า Bitch Never Die จริงๆ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : Black Vs White

Wednesday, August 08, 2007

วัดระดับไอคิว... เรื่องเซ็กซ์

"ทราบหรือไม่ว่าการวัดระดับไอคิวในเรื่องเซ็กซ์ของคุณสามารถบอกระดับคุณภาพชีวิตเซ็กซ์ของคุณได้"

ถ้าไม่เชื่อเราลองมาทำความรู้จักกับเชาวน์เรื่องเพศสัมพันธ์กัน โดยการทำแบบทดสอบเราคิดว่าคุณยังไม่เคยทำมาก่อน

เชื่อกันว่าการทดสอบทางไอคิว มีส่วนสำคัญกับการวัดระดับสติปัญญาของคนเราเป็นอย่างมาก คุณอาจจะเคยทำแบบทดสอบความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เช่น แบบทดสอบทางสมการพีชคณิตหรือแบบทดสอบความคิดเห็นต่าง ๆ แต่เราเชื่อว่าคุณอาจจะยังไม่เคยสัมผัสกับการทดสอบที่เกี่ยวกับเรื่องชีวิตเซ็กซ์ที่ จะบอกได้ว่าคุณเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญหรือเป็นผู้รู้เรื่องเซ็กซ์ดีเพียงใด

ถ้าคุณเป็นคนที่มีไหวพริบกับเรื่องเซ็กซ์ดีอยู่แล้ว นั่นแสดงว่าคุณมีลักษณะพิเศษ อยู่ 3 ประการ คือ

ประการแรก คุณเข้าใจในเรื่องรักแรกพบ

ประการต่อมาคุณเป็นคนที่รู้ดีในสิ่งที่มากระตุ้นอารมณ์ทางเพศของคุณ

และ

ประการสุดท้าย อะไรคือสิ่งที่ยากลำบากสำหรับคุณในเรื่องเซ็กซ์ หรือการจะคุยอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์กับเพื่อน ๆ โดยไม่รู้สึกอายหรือเคอะเขินแต่อย่างใด เช่น "ฉันชอบเขานะ แต่ฉันไม่ชอบเขาในเรื่อง........."

เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มีผู้เชี่ยวชาญทำการศึกษาและวิจัยโดยการสุ่มตัวอย่างของหญิงและชายจำนวนหนึ่งอายุระหว่าง 18-64 ปี เพื่อหาข้อสรุประดับไอคิวในเรื่องเซ็กซ์ของพวกเขา ผลสรุปที่ได้ก็คือ ระดับไอคิวของคนส่วนใหญ่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่คาดไว้ แต่ไม่ต้องตกใจเพราะมีคำแนะนำในการเพิ่มระดับไอคิวมาฝาก แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึงเรื่องนั้นลองมาทำแบบทดสอบไอคิวเรื่องเซ็กซ์เพื่อวัดดูว่าคุณมีระดับไอคิวในเรื่องนี้ดีเพียงใด ถ้าพร้อมมาเริ่มกันเลยครับ

1. คุณจะประเมินระดับชีวิตเซ็กซ์ของคุณและแฟนกับคู่รักคู่อื่นอย่างไร
ก. แทบจะไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นเลย
ข. ยังเหมือนเดิมอยู่ทุกครั้ง
ค. ระสึกตื่นเต้นมากขึ้น
ง. ปัจจุบัน ยังไม่เคยมีเซ็กซ์

2. คุณสามารถรักษาความลับเรื่องเซ็กซ์ของคุณและแฟนไว้เป็นเวลานานได้หรือไม่
ก. ไม่เคยเก็บเป็นความลับได้นานเลย
ข. เก็บได้ แต่ก็ชั่วระยะเวลาสั้น ๆ
ค. เก็บได้นานพอสมควร
ง. รักษาความลับได้ดีมาก

3. ถ้าหากจะเปรียบเทียบความพยายามในเรื่องเซ็กซ์กับการทำกิจกรรมที่คุณกำลังทำอยู่ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น การไปชอปปิ้งหรือทำงานอดิเรก คุณคิดว่าต้องทุ่มเทมากเท่าไหร่เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดความพึงพอใจในเรื่องชีวิตเซ็กซ์ของคุณนอกเหนือจากกิจวัตรประจำวัน
ก. หลายครั้งที่คิดว่าจะทำอย่างไรในเรื่องชีวิตเซ็กซ์ให้มากขึ้น นอกเหนือไปจากการทำกิจวัตรประจำวัน
ข. คิดว่าการสร้างความพึงพอใจในเรื่องชีวิตเซ็กซ์ต้องให้ความสำคัญเท่า ๆ กับงานอดิเรกที่ทำอยู่
ค. บางครั้งยังยุ่งอยู่อับกิจวัตรประจำวันจนไม่มเวลาหรือแรงกระตุ้นที่จะคิดเกี่ยวกับการทำให้ชีวิตเซ็กซ์ดีขึ้น
ง. รู้สึกอายที่ว่าชีวิตเซ็กซ์นั้น เป็นสิ่งที่แย่สำหรับตัวเอง ดังนั้นจึงพยายามไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

4. คุณคิดอย่างไรกับคำว่ากล่าวที่ว่า "การมีเซ็กซ์ที่สุดยอด" เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรักแท้
ก. การมีเซ็กช์ที่สุดยอดนั้น มีความสำคัญน้อยกว่าความรัก
ข. คิดว่าการมีเซ็กซ์ที่สุดยอดนั้น น่าจะหมายถึง การอยู่ร่วมกันของคนที่รักกัน
ค. เซ็กซ์ที่สุดยอดนั้น เป็นสิ่งประกันความรัก

5. ถ้าหากว่าคุณได้พบกับใครสักคนที่คุณชอบมากและต้องการมีความสัมพันธ์จริงจังกับเขา คุณคิดว่าคุณจะมีเซ็กซ์กับเขาทันทีที่มีความสัมพันธ์กับเขาหรือไม่
ก. ไม่ ถ้าหากเป็นคนที่ฉันรักมาก ๆ แล้วละก็ฉันจะรอเพื่อมีเซ็กซ์กับเขาเมื่อฉันรู้จักเขาดีแล้ว
ข. ใช่ ฉันจะมีเซ็กซ์กับเขาก่อนที่ฉันจะได้รู้จักสนิทสนมและคุ้นเคยกับเขา
ค. ใช่ ฉันจะมีเซ็กซ์กับเขาทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรู้จักเขามาก่อนถ้าหากฉันพอใจในตัวเขามาก

6. เมื่อคุณถูกเล้าโลม คุณสามารถบอกความแตกต่างระหว่างความต้องการด้านร่างกายหรือแรงผลักทางอารมณ์ได้หรือไม่
ก. ไม่ ฉันไม่สามารถบอกความแตกต่างระหว่างความต้องการทางร่างกายและแรงผลักทางอารมณ์ได้
ข. ได้ บางครั้งฉันรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนแรงผลักทางร่างกายที่ต้องการให้มีเซ็กซ์
ค. ได้ บางครั้งฉันรู้ว่าเป็นแรงผลักทางอารมณ์มากกว่าแรงผลักทางร่างกาย
ง. ได้ เมื่อฉันถูกเล้าโลม ฉันรู้สึกถึงแรงประสานระหว่างแรงผลักทางกายและทางอารมณ์ไปพร้อมกัน

7. คุณคิดว่าลักษณะภายนอกหรือรูปลักษณ์มีผลต่อแรงดึงดูดในเรื่องเซ็กซ์ของคุณอย่างไร
ก. ฉันคิดว่าฉันสามารถมีเช็กซ์ได้ทันทีกับคนที่มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ตรงใจฉัน
ข. ฉันคบหาสมาคมกับผู้คนที่ดูดี แต่ฉันไม่เลือกที่จะมีเช็กซ์กับพวกเขา
ค. ฉันเข้ากันได้กับคนที่มีลักษณะบุคลิกภาพหลายแบบ
ง. ฉันไม่เคยลงความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะภายนอกของคนที่ฉันมีสัมพันธ์อยู่

8. คุณคิดว่าการจำฝังใจในเรื่องการถูกข่มขืนในช่วงวัยแรกรุ่นจะส่งผลต่อความต้องการในเรื่องเซ็กซ์ เพื่อความสนุกภายหลังต่อมาใช่หรือไม่
ก. ไม่ ถ้าหากว่าเหตุการณ์นั้นเพิ่งเริ่มต้นขึ้นก็ไม่น่าจะมีผลต่อชีวิตเซ็กซ์ในภายหลัง
ข. ถ้าหากแฟนคนปัจจุบันมีความเต็มใจที่จะมีเซ็กซ์ด้วยแล้วละก็ มันก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น
ค. ขึ้นอยู่กับว่าเรายึดติดกับเรี่องเซ็กซ์มากเท่าไร
ง. ในหลาย ๆ กรณีก็เชื่อว่าน่าจะมีผลทำให้เกิดความต้องการในเรื่องเซ็กซ์

9. โดยเฉลี่ยแล้ว คุณมีเพศสัมพันธ์บ่อยเท่าไหร่
ก. 2-3 ครั้งต่อปี หรือน้อยกว่านั้น
ข. 1-2 ครั้งต่อเดือน
ค. 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
ง. 3 ครั้งหรือมากกว่านั้นต่อสัปดาห์

10. คุณต้องฝืนมีเซ็กซ์กับแฟนบ่อยแค่ไหนเพื่อเป็นการสนองตอบอารมณ์ของเขาเท่านั้นโดยที่คุณไม่เต็มใจหรืออยากจะมีเซ็กซ์กับเขาในขณะนั้น
ก. ไม่เคยสักครั้ง
ข. 2-3 ครั้ง
ค. เป็นบางครั้งบางคราว
ง. ค่อนข้างบ่อย



เอาละครับ....ทำเสร็จแล้ว เก็บคำตอบไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยมาเฉลยกันฉบับหน้า...

Sunday, July 22, 2007

บทสนทนา "ความเงียบและการรอคอย"


ความเงียบ : มีความสุขมั้ย
การรอคอย : เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำ เรียกว่าความสุขมั้ย แต่เราก็ทำอย่างดีที่สุ

ความเงียบ : เมื่อไหร่เธอถึงจะพบความสมหวัง
การรอคอย : บทบาทของเราคือการรอคอย เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแค่นี้ อย่างอื่นคงทำไม่ได้และทำได้ไม่ดี

ความเงียบ : แล้วทำไมต้องคอยใครให้ทำรึ
การรอคอย : บทบาทของเราไม่รู้ว่าใครกำหนด ไม่รู้ว่าใครให้ทำ แต่เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด

ความเงียบ : มีความสุขมั้ย
การรอคอย : เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำ เรียกว่าความสุขมั้ย แต่เราก็ทำอย่างดีที่สุด

ความเงียบ : ถ้ามีอะไร 2 อย่างให้เลือกจะทำมั้ย
การรอคอย : บอกมาสิว่าอะไร คอยฟังอยู่

ความเงียบ : อย่างแรก เราจ้างให้เธอคอยใครคนหนึ่งให้หน่อย อย่างที่สอง อย่าหยุดคอยใครคนนั้นจนกว่าเธอจะพบเค้า แล้วบอกว่าฉันคอยเธออยู่
การรอคอย : เรามีบทบาทเพียงแค่รอคอย ไม่รับจ้างเป็นพิเศษหรอก ไปจ้างสิ่งนี้กับคนอื่นเถอะ

ความเงียบ : อย่างแรกไม่รับ แล้วอย่างที่สองล่ะรับทำมั้ย
การรอคอย : อย่างที่สอง เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากอย่างแรก เราก็รับไม่ได้อีกเช่นกัน

ความเงียบ : แล้วบทบาทเธอที่ทำอยู่เธอทำให้ใครล่ะ
การรอคอย : เราไม่ได้ทำให้ใคร บทบาทของเราแทรกซึมอยู่ในใจใครหลายๆ คน

ความเงียบ : หมายความว่าไงล่ะ
การรอคอย : เราแทรกซึมอยู่ระหว่างที่ใครคนหนึ่ง นั่งรอช่วงเวลาที่นัดพบกันกับใครอีกคน เราแทรกซึมอยู่ระหว่างที่ใครคนหนึ่ง มองคอมพิวเตอร์เพื่อปรากฏให้ใครอีกคนมาตอบกระทู้ เราแทรกซึมอยู่ใจในใครคนหนึ่ง ที่จดจ่อกับใครอีกคนตลอดเวลา

ความเงียบ : ดูแล้วเธอคงเศร้ามากที่ทำแต่อย่างนี้
การรอคอย : เราไม่รู้ว่าเรียกว่าความเศร้ามั้ย แต่ถ้าเราได้เจอกับใครคนหนึ่งในช่วงเวลานั้นแล้ว เราจะมีความสุข

ความเงียบ : ถ้าเราอยากบอกว่า เธอได้แทรกซึมอยู่ในใจเราแล้วล่ะ จะเชื่อมั้ย
การรอคอย : เธอจะบอกเราว่าเธอคอยใครรึ

ความเงียบ : เรามีบทบาทเพียงแค่ความเงียบ
การรอคอย : งั้นเราก็มีบทบาทเพียงแค่การรอคอยตอบของเธอต่อไป



ปล. ไป copy มาจากที่นี่ แบบว่า....บังอิญผ่านไปอ่านเจอ

Tuesday, July 17, 2007

เรื่องน่ารู้...


ใช้ได้ผลแค่ไหน...บอกผมด้วยนะ

ปล. วันนี้ ฝนตกหนักอ่ะ? ไม่รู้เพื่อนๆ ทำไรกันอยู่? หรือว่าคิดถึงอะไรบ้างในวันฝนตก สำหรับผมแล้ว ผมนึกถึง....(อ่านต่อที่นี่)

Monday, July 16, 2007

Blue Monday

เห็นชื่อหัวไดฯ วันนี้ แล้วอาจจะคิดว่า ผมมีอะไรไม่สบายใจเปล่า?

คำตอบคือ "เปล่า" ครับ

แบบว่า พอดีอีตาพี่คนหนึ่ง มันทำชื่อ M เอาไว้...ก็เลยถาม พี่เค้าก็บอกว่า เป็นชื่อเพลง และเพราะด้วย?!?

อ่า...ลองฟังกันดูนะครับ แล้วบอกด้วยว่าเพราะไหม?

เพลง : Blue Monday
นักร้อง : New Order




ปล. ขอมอบเพลงนี้ สำหรับคนที่ไม่อยากทำงาน หรือเบื่อที่จะทำงานในวันนี้ทุกคนนะครับ :D

Saturday, July 14, 2007

เด็กมีปัญหา

ช่วงนี้ นอกจาก "จตุคาม" กับ "รัฐธรรมนูญฉบับใหม่" กำลังฮอตฮิตแล้ว ก็ยังมีอีกข่าวที่เบียดหน้าหนึ่งได้ทุกวันอีกข่าว นั้นคือ เค้าคนนี้....



น่าสงสารคนที่โดนเค้าคนนี้ทำร้าย

แน่ซิ...ก็แต่ละคนนอนโรงพยาบาลทั้งนั้น แถมเป็นคนไม่ค่อยมีเงิน ถ้ามีเงินจะนั่งรถเมล์เหรอ??

น่าสงสารที่คนๆ นี้ที่เป็นแบบนี้

เพราะคนที่อาการประมาณแบบนี้ ผมเคยเจอตัวเป็นมาแล้ว...เค้าไม่สามารถจัดการชีวิตของเค้าได้หรอก....

แต่....

เพื่อไม่ให้ผิด concept ไดฯนี้ คือ My Life....My Diary เพราะชีวิตของผม (พยายาม) มองโลกให้ขำไว้ก่อน ก็เลยขอฝากเพลงประกอบรูปนี้ ฟังกันขำๆ



ทั้งนี้ต้องขอบคุณคุณน้อง Almon-B ที่ส่งเพลงขำ ๆ นี้มาให้ฟัง :D

และขอบคุณนักอ่านไดฯ ทุกท่านที่ไม่ได้เป็นโรค(จิต) แบบเค้าคน(ข้างบน)นี้

ปล. อยากได้รายละเอียดของข่าว ติดตามได้ที่นี่